Monday, June 13, 2005

รูปาวจรภูมิ ตอนที่ ๒ (นิวรณ์๕ และ บทเกริ่นนำ มหาฐาน ๗)

นิวรณ์ ๕ เปรียบเหมือนโรคเกิดทางใจ

หรือศีลส่วนเนกขัมมะ คืออกจากกามแล้วก็ตาม ออกได้แต่เพียงกายให้ได้กายวิเวกเท่านั้น ส่วนใจยังเกี่ยวข้องในกามอยู่ ท่านจึงเรียกว่า ปริยุฏฐานกิเลส จัดป็น กิเลสอย่างกลาง เรียกว่า นิวรณ์๕ กายของเราหลีกจากกามไปแล้ว แต่ใจยังยินดีอยู่ในกามอยู่จึงเรียก กามฉันทะ ความพอใจในกาม ............


การกระทำ สมาธิ ก็เพื่อจะปราบนิวรณ์ เหล่านี้ ซึ่งเป็นตัวกิเลสอย่างกลาง เมื่อเป็นดังนี้ ผู้จะทำสมาธิ จึงควรตรวจดูนิวรณ์ ให้รู้ว่าใจ ของเรามีอะไรครอบงำ นิวรณ์ทั้ง ๕ นี้ เปรียบเหมือนโรค อันเกิดขึ้นในใจของเรา ส่วนพระกรรมฐานเปรียบเหมือน ยาแก้โรค จึงควรเลือกเอากรรมฐานอันเป็นคู่ปรับกับนิวรณ์นั้นๆ

ก็ สมถกรรมฐาน คือ อุบายเครื่องสงบใจ ท่านแสดงไว้ ๔๐ ประการ อีนมีอยู่ในตำหรับตำรา .....

เมื่อความคิดดับลง จิตก็หลุดพ้นจากความคิด จึงเรียกว่า จิตวิเวก สงบจากนิวรณ์ ........

กรรมฐานในมหาสติปัฏฐานที่พระพุทธองค์ทรงยกย่องว่า เป็นหนทางอันเอก ใครก็เคยได้ยินได้ฟังกันมาแล้ว.........

เมื่อมาไตร่ตรองดูใน กรรมฐานทั้งปวง แล้ว จุดประสงค์ก็คือ จะให้จิตหลุดพ้นจากอาสวะทั้งปวง กรรมแปลว่าการกระทำ ฐานแปลว่าที่ตั้ง ........

แต่ถ้าใครยังไม่ได้ หรือได้แต่ได้ยากหรือได้น้อย ไม่สะดวกแก่การปฏิบัติ อยากจะชวน ให้มาเดินทาง ลัด ทั้งข้อปฏิบัติก็ ปฏิบัติได้ทุกเวลา ไม่เลือกกาลไม่เลือกเวลา ไม่เลือกสถานที่ .................. มีที่ตั้งอยู่เพียง ๗ ฐาน เท่านั้นคือ

มหาฐาน ๗
ฐานที่ ๑ ให้เพ่งดูหทัยวัตถุ
ฐานที่ ๒ ให้ดูจุดประสงค์ จุดประสงค์คือให้วางความคิด
ฐานที่ ๓ ไม่ให้ติดอยู่ในความรู้ อันผ่านมาทางทวารทั้ง ๖
ฐานที่ ๔ ให้เอาสติเป็นนายประตู ดูทวารทั้ง ๖
ฐานที่ ๕ ให้อยู่กับความไม่ถือมั่น
ฐานที่ ๖ ให้เลือกเฟ้นแห่งไตรลักษณ์สาม
ฐานที่ ๗ ให้ถามถึงผู้ไม่ตาย ๔ (เครื่องสอบผลจิต)

อ่านรายละเอียด http://silawatra-022.blogspot.com/

0 Comments:

Post a Comment

<< Home